|
ดังนั้น งานถวายความอารักขา งานป้องกันอัคคีภัยและงานบรรเทาสาธารณภัยทั่วประเทศ
จึงยังต้องอยู่ในความรับผิดชอบของ ตำรวจดับเพลิง เช่นเดิม
และจะมีกฎหมายความคุยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดับเพลิงทั้งหมด
และนั่นคือผลกระทบโดยตรงต่อ สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย
ซื่งความคุมดูแลอาสาสมัครทั่วประเทศ จึงเป็นองค์กรสำคัญที่จะต้องตอบรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้ด้วย
ณ "ศูนย์ร่มไทร" ริมคลองประปา ถนนพระราม 6 นายกสามาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย
แห่งประเทศไทย พลตำรวจตรีหม่อมราชวงศ์เจตจันทร์ ประวิตร
(อส.1) อดีตผู้บังคับการตำรวจดับเพลิง ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการดับเพลิงและกู้ภัยของเมืองไทยมากว่า
20 ปี เปิดเผยว่า
"เรามีสถานีตำรวจดับเพลิงเพียง 39 สถานี ซึ่งยังไม่เพียงพอ
อย่างน้อยต้องมี 60-90 สถานี ทุกวันนี้ไฟไหม้ไม่ได้ลดน้อยลง
เหตุยังคงเกิด แต่ที่อยู่รอดจากเหตุเพลิงไหม้ร้ายแรงมาได้
ความเสียหายน้อยลงเพราะเรายังมีอาสาสมัครอยู่ทั่วไป คอยช่วยอยู่
สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย เป็นองค์กรที่ได้รับอนุญาติให้เปิดการอบรมการบรรเทาสาธารณภัยได้ทั่วประเทศ
อาสาสมัครที่ผ่านการ
อบรมแล้วจะได้รับการแต่งตั้งจาก ผู้ว่าฯ กทม. ให้เป็นเจ้าพนักงานดับเพลิงหรือเจ้าพนักงานช่วยดับเพลิง
ของกรุงเทพมหานคร แต่อาสาสมัครของสมาคมฯ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทั่วประเทศ"
อส. 1 กล่าว
"การดับเพลิงจะมีอยู่ 2 กลุ่มคือ ฝ่ายบรรเทาสาธารณภัยในเขต
เทศบาล และฝ่ายบรรเทาสาธารณภัย นอกเขตนครบาลหรือในเขตต่างจังหวัด
เจ้าพนักงานดับเพลิงของกรุงเทพมหานครสามารถเข้าถึงจุดที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ได้
ส่วนเจ้าพนักงานช่วยดับเพลิงไม่สามารถเข้าถึงจุดที่เกิดเหตุได้
แต่ช่วยดับเพลิงอยู่นอก ที่เกิดเหตุได้ ซึ่งเป็นการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน
ทำให้การดับเพลิงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความสับสนวุ่นวายในการสั่งการลง"
อส.1 กล่าวต่อไปว่า "กองบังคับการตำรวจนครบาล และ กรุงเทพมหานคร
จะกวดขันห้ามไม่ให้ หน่วยอาสาสมัครที่ขาดคุณสมบัติ ทำหน้าที่ตระเวนบริการ
หรือเข้าออกในที่เกิดเหตุเพลิงไหม้อย่างเด็ดขาด โดยไม่มีการผ่อนผัน
เพราะฉะนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดับเพลิงจะต้องเข้ามาร่วมกับกรุงเทพมหานคร
เพื่อรับการแต่งตั้งเป็น เจ้าพนักงานดับเพลิง หรือ เจ้าพนักงานช่วยดับเพลิง
ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งตามกฎหมายได้ระไว้ว่า ผู้จะรับการแต่งตั้งได้นั้น
ต้องเป็นอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยที่มีสังกัดถูกต้อง
ดังนั้น สมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย
จึงขอเตือนให้หน่วยอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัย ที่มีคุณสมบัติครบถ้วน
ให้รีบดำเนินการจดทะเบียนกับสมาคมภายใน มกราคมนี้ ซึ่งถ้าไม่มาดำเนินการภายในกำหนด
สมาคมจะถือว่าหน่วยงานนั้น แสดงเจตนาไม่ประสงค์จะเปิดดำเนินการหน่วยปฏิบัตการอีกต่อไป"
คุณสมบัติหน่วยที่จะจดทะเบียนได้
1. มีเครื่องมือและอุปกรณ์ดับเพลิงตาม ที่สมาคม กำหนด
2.มีสมาชิกในหน่วยที่ผ่านการฝึกอบรมแล้ว ไม่ต่ำกว่า 50
คน
3.มีเครื่องมือสื่อสารและใช้ความถี่ที่สมาคมได้รับอนุญาตจากกรมไปรษณีย์โทรเลขเท่านั้น
4.ผู้บริหารและลูกหน่วยต้องมีรหัสวิทยุสื่อสารของสมาคมฯ
และหากหน่วยอาสาสมัครใดขาดคุณสมบัติ สมาคมฯ จะไม่อนุญาติให้ต่ออายุหน่วย
อย่างเด็ดขาด
สมาคมฯ จะรวบรวมรายชื่อหน่วยอาสาสมัครที่ขาดคุณสมบัติ
และที่แสดงเจตนาไม่ประสงค์จะเปิดดำเนิน
การทั้งหมดให้กับ กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองบังคับการตำรวจดับเพลิง
กองบังคับการตำรวจสันติบาล
กรุงเทพมหานคร กรมไปรษณีย์โทรเลข สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ
และส่วนราชการอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ที่มา : นิตยสาร 100 วัตต์ ฉบับที่ 70 รายงานโดย: อิทธิกร
เถกิงมหาโชค
|